ยอดมะตูม ใบอ่อนของไม้มงคล

 มะตูม   Baelfruit            

          ใบมะตูมโยงสิริมงคลต่างๆ เข้ามาไว้ในใบของไม้ยืนต้นที่มีถิ่นฐานเดิมในอินเดีย ศรีลังกา และออสเตรเลีย ใบมะตูมเป็นใบไม้ไม้ที่แยกเป็น 3 ใบ ใบรูปไข่ปลายแหลมผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมันนี้  เป็นใบไม้ที่ในหลวงทรงส่งให้ทูตทัดหูในโอกาสที่เข้าถวายบังคมลาไปรับราชการในต่างประเทศเป็นมงคลพระราชทานที่มีใบมะตูมเป็นเครื่องหมายความเชื่อเกี่ยวกับศิริมงคลโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเทวดามีรากฐานมาจากอินเดียอยู่มาก ฐานข้อมูลของ California Rare Fruit Growers. Inc. ซึ่งชวนให้ผู้อ่านกินผลไม้ที่ต่างจากผลไม้ที่ขายกันอยู่ตามตลาดชวนให้กินมะตูมด้วย ให้ข้อมูลว่ามะตูมเป็นต้นไม้ที่ตามความเชื่อของอินเดียนั้น ผูกพันอยู่กับพระศิวะและมีคุณสมบัติเป็นยาด้วย
          ส่วนคนไทยเรารู้จากบรรพชนว่า มะตูมเป็นยาดี เมื่อได้ชื่อในภาษาไทยว่า ‘มะตูม’   มะตูมเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรือง โดยถือเอาเสียง ‘ ตูม ’ นั้นเป็นเสียงโยงเข้ากับความรุ่งเรื่องเหมือนพลุเหมือนดอกไม้ไฟ เหมือนเสียงปืนใหญ่ที่ดังตูมประกาศความเกรียงไกร
    บ้านเราคุ้นเคยกับมะตูมเชื่อมมากที่สุดเข้าใจได้ง่ายเพราะผลไม้เชื่อมเก็บรักษาไว้ได้นาน หวาน อร่อย ขนส่งง่าย
         หากเป็นเมื่อก่อนครั้งที่ต้นไม้ยังมากยอดมาตูมเป็นผักร่วมสำรับอาหาร  ยอดอ่อนมะตูมจิ้มน้ำพริกได้รสสดชื่น หรือนำใบมาคั้นน้ำปรุงขึ้นเป็นแกงบวนที่ถือว่าเป็นแกงของพิธีมงคล  ใบมะตูมไม่ใช่ผักที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปในปี พ.ศ.2540 เป็นเพราะคนนิยมกินน้อยจึงไม่ค่อยมีใครนำมาวางขาย และที่กินน้อยก็เพราะยอดมะตูมไม่มีให้กินมากมายโดยเฉพาะเมื่อเปรียบกับผักนิยมทั้งหลาย ที่มักเป็นผักที่เก็บกินทั้งต้น เช่น คะน้า ผักบุ้ง ผักกาด ยอดมะตูมจึงเป็นอาหารของชาวเราหมู่น้อยในที่ที่มีต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางชนิดนี้ขึ้นอยู่
           ต้นมะตูมมีกิ่งก้านพราวหนามใบเรียบเป็นมัน มีดอกสีขาวบริสุทธิ์หอม ดอกกลายเป็นผลรีกลม หรือรียาว ผิวเปลือกเรียบเกลี้ยง เปลือกหนาแข็งนำผลสุกมาหั่นตากแห้งไว้ชงน้ำดื่ม ในการชง นำมะตูมฝานไปล้างแล้วปิ้งหรือคั่วจนหอมแล้วต้มในน้ำเดือดด้วยไฟอ่อนๆนานราว 1/2 ชั่วโมง น้ำ 1 ลิตรใช้มะตูม 1 ชิ้น แต่ถ้าชอบเข้มๆ ก็เพิ่มมะตูมไห้มากชิ้นขึ้น
          อาหารที่ทำจากมะตูมส่วนที่กินกันกว้างขวางกว่าคือ ใบมะตูม ส่วนผลอ่อนนั้นมีกินบ้างก็เป็นในเหตุการณ์เฉพาะคือการใช้ลูกมะตูมอ่อนต้มเพื่อนำน้ำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ดื่ม ก่อนจะต้มลูกมะตูมอ่อน ก็นำลูกมะตูมไปให้พระสงฆ์ที่นับถือปลุกเสกให้เชื่อกันว่าการดื่มน้ำนี้วันละ 1 แก้ว เพิ่มจากน้ำปกติช่วยให้คุณแม่คลอดง่าย แม่และลูกปลอดภัยลูกมะตูมที่ต้มแล้วไม่แตก บอกเหตุว่าจะได้ลูกชายหากเปลือกแยกจะได้ลูกสาว การอ่านเพศลูกจากมะตูมต้มน้ำเป็นเคล็ดที่ทำให้ชีวิตมีเรื่องตื่นเต้นได้ลุ้นได้เดากัน
        ต้นไม้มีหน้าที่นำแร่ธาตุต่างๆ ที่คนเราไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันทีมาแปรรูปเป็นสาร อาหารที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ แต่จำเป็นต้องใช้ใบไม้ที่เรากินนั้นเราแยกออกมาจากใบไม้อื่นโดยเรียกว่าผักบ้าง สมุนไพรบ้างแล้วแต่ว่าจะเป็นอาหารหรือยา ในใบไม้เองมีสิ่งเป็นประโยชน์อยู่เหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะต้นไม้มอบหน้าที่การปรุงอาหารให้กับใบไม้  ในชีวิตสังคมของคนเราถ้าอยากให้การทำงานของใครดีก็ต้องสนับสนุน เชื่อว่าต้นไม้ก็มาอาศัยหลักเดียวกัน
          เมื่อใบไม้ต้องทำงานโดยการเปลี่ยนแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงาน นำพลังงานไปใช้ในการสร้างต้น เสริมรากเลี้ยงกิ่งสร้างใบใหม่สารอาหารดีๆจึงมาอยู่ที่ใบไม้มากให้เราขอมาช่วยร่างกายเราได้ในผลมะตูมมีวิตามินบี 1 บี 2 ช่วยให้ปลายมือเท้าไม่ชา ไม่เป็นแผลที่มุมปาก
          ปู่ย่าตายายของเราฉลาด นำส่วนต่างๆ ของต้นไม้มาเป็นอาหารเป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากพืชผัก นำผักผลไม้มาปรุงเป็นอาหารอร่อยเพื่อจะได้กินได้อย่างอร่อยไม่ใช่การนั่งนึกถึงสารเคมีแล้วพยายามกินให้ได้สารเคมีนั้นๆ เมื่อเวลาผ่านไปเราอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นความสงสัยทำให้เกิดการวิจัยหาคุณค่าของผักต่างๆ เมื่อหาพบแทนที่เราจะกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้นเรากลับพยายามสร้างสารสกัดขึ้นมาแทนที่สิ่งที่เราต้องนึกคือส่วนประกอบต่างๆในผักนั้นไม่ได้ทำงานแบบแยกส่วน  แต่ทำงานร่วมกันในการบำรุงร่างกายเช่น วิตามินเอต้องการไขมันในการทำงาน  แคลเซียมต้องการวิตามินดี
         สารสกัดทั้งหลายเทียบผักไม่ได้เพราะสารเหล่านั้นร่างกายรับเข้าแบบแยกส่วน ได้ 1 ก็ขาด 2 ได้ 2 ก็ขาด 3 ได้ 3 ก็ขาด ก. ได้ ก. ก็ขาด ข. การกินอาหารธรรมชาติจึงเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการนำสารอาหารหลากชนิดเข้าสู่ร่างกายอย่างเป็นหมู่เป็นหมวดนำเพื่อนพ้องบรรดาที่มีคุณค่าต่อร่างกายเข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง
        การทดลองกินทดลองใช้มะตูมโดยปู่ย่าตายายของเราสรุปเป็นแกงบวนใบมะตูม ยอดมะตูมจิ้มน้ำพริก มะตูมต้ม มะตูมเชื่อม เป็นการทดลองเชิงประจักษ์ที่ยาวนานนับร้อยๆปีรวมกับการทดลองทางวัฒนธรรมแบบนี้ในอินเดียอีกหลายร้อยปีทำให้สรุปได้ว่ามะตูมมีประโยชน์ต่อร่างกาย
            เคยเห็น executive summary ของการทดลองประโยชน์ของมะตูมที่มีกวีท่านหนึ่งเขียนไว้ ว่า
พฤกษ์หนึ่งซึ่งคุณค่าน่าภาคภูมิ
นาม “ มะตูม ‘’ สิริมงคลยิ่ง
พระราชทานสมรสปรากฏจริง
เทิดกรรณขวัญมิ่งมงคลดล
เนื้อไม้หนึ่งในเก้าพฤกษาศรี
ในพิธีราชาภิเศกศุภผล
ใบมะตูมท่านประพรมน้ำมนต์
ผลแก่อ่อนคุณล้น อาหาร ยา
ผลดิบแห้งชงน้ำดื่มดีแน่
ช่วยแก้โรคท้องเสียชะงัดกล้า
ผลสุกแก้ท้องผูกเป็นตำรา
ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคในลำไส้ดี
ผลอ่อนฝานตากแห้ง คั่วแล้วป่น
ดื่มเช่นชาชื่นกมลดลสุขี
กาแฟมะตูมก็หอมชื่นชีวี
มะตูมเชื่อมสีแดงปนน้ำตาล
ใบมะตูมผสมแกงบวนชวนอร่อยรส
เปลือก ราก  ต้นปรากฏคุณไพศาล
รักษาไข้มาเลเรียหยุดโรคราน
เป็นทั้งอาหาร ยายมงคลเอย
( ศรีวรรณ นาคประทีป ศยามานนท์ ประพันธ์ )
ของดียังมีน้อย มะตูมไม่ใช่ผักที่วางขายทั่วไปแต่ถ้าเราพยายามส่งเสริมผักอย่างยอดมะตูมช่วยกันถามหาเพื่อเป็นอาหารเราก็จะได้กินยอดมะตูมผักดีที่เป็นมงคลมีกลิ่นและรสเฉพาะกาย
ถ้าจะปลูกไม้มงคลอย่างมะตูมให้เพาะเมล็ดสดที่ล้างสะอาดแล้วในทรายผสมปุ๋ยหมักเป็นต้นกล้าลำต้นขนาดดินสอจึงย้ายลงไปในหลุมปลูกหรืออาจขุดหน่อมะตูมที่เกิดอยู่โคนต้นใหญ่ไปปลูกก็ได้  ขอเพียงปลูกไว้ได้มงคลแก่ใจในฐานะเป็นที่มาของความรุ่งเรืองและเป็นมงคลแก่กายเพราะได้กินผักดีๆ ที่หากินไม่ง่ายนัก
ชื่อผัก :           มะตูม
ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Aegle  marmelos  Corr.
วงศ์ :    Rutaceae
จากการวิเคราะห์คุณค่าใบมะตูมโดยสถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดลในใบมะตูม 100 กรัมให้เบต้า-แคโรทีน 158.97 ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล
ข้อมูลจาก มหัศจรรย์ผัก 108 โครงการหนังสือห้องสมุด มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น